A Series of Unfortunate Events (Season One/Netflix)

การรีเมคที่หลายๆ คนรอคอย….จากจอเงินสู่จอแก้ว

unfortunate-events-poster

ก่อนอื่นคงต้องออกตัวก่อนว่าเป็นหนึ่งในคนที่รอคอยการกลับมาของวิบากกรรมพี่น้องโบดแลร์ ซึ่ง ณ ตอนที่หนังสือชุดนี้โดนสร้างเป็นหนังใหญ่ (แต่กลับไม่ได้ไปต่อนั้น) เป็นอะไรที่น่าเสียดายพอสมควร เพราะมันตลก มันดาร์ค มันรัชดาลัยเธียเตอร์จนคิดว่าเราก็โตมาเป็นคนที่ชอบอะไรแบบนี้สินะ ครั้งแรกที่รู้สึกตื่นเต้นกับการกลับมาของ ASOUE นั้นคือข่าวลือที่ว่าเน็ตฟลิกซ์จะเอาไปทำเป็นแอนิเมชั่น (ที่มีทั้งโปสเตอร์แฟนเมดออกมาให้เราเห็นกัน รวมถึง เทลเลอร์แฟนเมดที่เรียกกระแสอีกต่างหาก) แต่การคอนเฟิร์มของ Netflix ที่ว่าจะทำออกมาเป็นคนแสดงและเลือก Neil Patrick Harris มาเล่นเป็น Count Olaf นั้นก็ทำให้ทั้งตื่นเต้นและแอบอยากรู้ว่าจะต่างกับเวอร์ชั่นของ Jim Carey ยังไงอยู่พอสมควรแต่พอได้ลองนั่งดูเท่านั้นล่ะ ก็ตกลงปลงใจหลงรักการรีเมคครั้งนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

unfortunate-events-stills-6
Patrick Warburton รับบท Lemony Snicket

สำหรับตัวซีรีย์นั้นได้วางซีซั่นแรกเอาไว้ 8 ตอน กับหนังสือสี่เล่ม (ซึ่งก็ทำให้เราคุ้นกับเหตุการณ์เกือบทั้งซีซั่นแรก ว่าเป็นอย่างไรเพราะฉบับภาพยนตร์นั้นเองก็สร้างจากหนังสือสามเล่มแรก) ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุดสำหรับทั้งสองเวอร์ชั่นนั้นคือ การปรากฎตัวอย่างชัดเจนของ Lemony Snicket ที่คอยเล่าสถานะการณ์ต่างๆ ของพี่น้องโบดแลร์ให้กับเรา อีกหนึ่งจุดคือสไตล์ของภาพและโปรดักชั่นที่ถูกเซ็ทให้ดู whimsical หลายๆ ซีนจะเหมือนฉากบนละครเวที บ้างก็มีความสดใสสีฉูดฉาด บ้างก็มีความพาสเทล เป็นการสร้างมิติให้กับเนื้อเรื่องชวนถอนหายใจ กับชะตากรรมของพี่น้องโบดแลร์ยิ่งนัก

unfortunate-events-stills-4

The Bad Beginning: Part One & Part Two

เปิดมาในช่วงแรกของตัวซีรีย์ที่เราจะได้เจอ Count Olaf คนใหม่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้เห็นกับการวางแผนชั่วร้ายว่าทำไมพี่น้องโบดแลร์ถึงถูกส่งตัวมาอยู่กับเขา เราจะได้ย้อนกลับไปดูการผจญภัยของเด็กๆ ในการทำ สปาเก็ตตี้ puttanesca เราจะได้เห็นความแย่ (และน่ารำคาญ) ของเจ้าหน้าที่ธนาคาร Mr. Poe ที่ไม่เคยฟังเด็กๆเลย เราจะได้เจอกับ Justice Strauss ที่แม้จะผิดพลาดโดน โอลาฟ หลอกใช้ในละครงานแต่งแต่ก็พยายามหาทางช่วย Violet จากการแต่งงานกับ โอลาฟ และที่สำคัญที่สุดเราจะได้เจอกับตัวละครหน้าใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือ (หรือจริงๆ แล้วเธอคือหนึ่งในแฝด Snicket ตามที่หลายๆ คนคาดก็ได้) อย่าง Jacquelyn สปายสาวคนเก่งที่น่าจะเป็นตัวละโปรดในใจหลายๆ คนไปแล้วตอนนี้

unfortunate-events-stills-3

The Reptile Room: Part One & Two

หลังจากหนีรอดจาก โอลาฟ มาได้นั้นสามพี่น้องโบดแลร์ก็ถูกส่งไปอยู่กับ Dr. Montgomery Montgomery นักสัตววิทยาเชี่ยวชาญในเรื่องสัตว์เลื้อคลานและสะเทิ้นบกสะเทิ้นน้ำ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกนับจาก โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของเด็กๆ ที่พวกเขาได้รับความรักและความอบอุ่นจากผู้ปกครองอย่างแท้จริง (โศกนาฏกรรม แปลว่าเรื่องเศร้าสลด ไม่สมหวังที่ลงเอยด้วยการสูญเสียชีวิต) พร้อมกับการมาถึงของ Stefano ชายอิตาเลี่ยนผู้ช่วยคนใหม่ของคุณลุงมอนตี้ (ที่แม้แต่เด็กสามขวบก็มองออกว่าเป็น โอลาฟ ปลอมตัวมา) และก็เป็นอีกครั้งที่สามพี่น้องโบดแลร์ต้องรวมพลังกันเปิดโปง โอลาฟ 

unfortunate-events-stills-5

The Wide Window: Part One & Part Two

ครั้งนี้เด็กๆ ถูกส่งให้ไปอยู่กับป้า Josephine ที่ทะเลสาปโศกาอาดูร (โศกาอาดูร แปลว่าความโศกเศร้า ทุกข์ระทมที่สามารถเปรียบเปรยได้ว่าทะเลสาปนี้เกิดขึ้นจากน้ำตาของผู้ทนทุกข์) ตรงส่วนนี้ของซีรีย์เป็นครั้งแรกที่รู้สึกสองจิตสองใจที่สุดของตัวซีรีย์เพราะถึงแม้ว่า Alfre Woodard จะเล่นเป็นป้าโจเซฟีนได้ดีแค่ไหนก็ตามแต่ก็ต้องยอมรับว่าลวดลายของป้าโจเซฟีนที่ทำเอาไว้โดย Meryl Streep มันยากที่จะลบล้างจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากฉบับภาพยนตร์ได้อย่างชัดเจนคือการยืนยัดต่อสู้เพื่อเด็กๆในตอนท้ายของป้าโจเซฟีนที่ทำให้เราเห็นแล้วว่าเธอเคยเป็นผู้หญิงแข็งแกร่งแค่ไหน

unfortunate-events-stills-7

The Miserable Mill: Part One & Part Two

ในครั้งนี้เด็กๆ ไม่ได้ถูกส่งไปหาใครแต่พวกเขาหนีเอาตัวรอดจากกัปตัน Sham (หรือ โอลาฟหากคุณมองไม่ออก) เด็กเจอกับกับโรงงานแปรรูปไม้ Lucky Smells Lumber Mill ที่แท้จริงแล้วควรจะเป็น โรงงานลำเค็ญซะมากกว่า (ลำเค็ญ เปลว่า ลำบาก ยากแค้น) ณ ที่นี้เด็กๆ ถูกบังคับให้ทำงานให้กับเจ้าของโรงงานที่กล่าวหาพ่อแม่ของพวกเขาว่าเป็นคนเผาทำลายเมืองนีี้ แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการต้องผจญกับภัยอันตรายครั้งใหม่ที่คราวนี้มาถึงสองคน กับ Dr. Georgina Orwell และเลขาของเธอซึ่งแน่นอนคือโอลาฟปลอมตัวมา Shirley St. Ives (หลายๆ คนอาจจะยังจำหน้า Catherine O’Hara ที่รับบท ดร. ออเวล ได้เพราะเธอรับบท Justice Strauss ในฉบับภาพยนตร์) ซึ่งหลังจากจบเรื่องวุ่นวายในโรงงานแห่งนี้สามพี่น้องก็ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำที่พวกเขาจะได้พบกับพี่น้อง Quagmire และเนื้อหาที่เราจะต้องรอกันต่อไปในซีซั่นหน้า

baudelaire

Rating:

Movies/Series Rating 4

โดยรวมแล้วซีรีย์นั้นน่าติดตามมากไม่ว่าจะเป็นเพราะสไตล์ของภาพและฉากหรือการแสดงของเด็กๆ และที่สำคัญส่วนตัวแล้วชอบ โอลาฟ ในฉบับของนีลมากๆ เพราะมีความชั่วร้ายกว่าในฉบับของ จิม แครี่ พอสมควร (อีกอย่างต้องยอมรับกันล่ะว่าฉบับของจิมเหมือนจิมเล่นเป็นตัวเองมากกว่าโอลาฟ) หลายๆ คนดูอาจจะรู้สึกรำคาญตัวละครอย่างคุณโพหรือเหล่าสมุนของโอลาฟ (หรือแม้แต่พวกการปลอมตัวของโอลาฟเอง) ซึ่งถ้าคุณรู้สึกแบบนั้นได้แปลว่าตัวละครเหล่านั้นทำหน้าที่ของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s