Please Like Me

เพื่อนสนิท…ความรัก…ครอบครัว…ทำอาหาร…สุขภาพจิต

please-like-me-poster-1

Please Like Me เป็นซีรี่ย์ตลก/ดราม่า จากออสเตรเลียโดยฝีมือการเขียนบทและแสดงโดย Josh Thomas และเพื่อสนิทของเขา Thomas Ward ซึ่งเนื้อเรื่องจะพูดถึงชีวิตประจำวันของ จอช หนุ่มหน้าตาเก้ๆกังๆ ที่โดนแฟนสาวบอกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่า “ฉันว่าเธอเป็นเกย์นะ จอช” ซึ่งก็นับว่าเป็นเหตุให้ชีวิตของ จอช กลับตาลปัตรไปหมด จนเจ้าตัวก็เริ่มคิดว่าหรือเราจะเป็นเกย์จริงๆ ทำให้จอชต้องคอยปรับตัวเข้ากับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น แล้วเขาจะบอกที่บ้านยังไงดีล่ะว่าตอนนี้เป็นเกย์แล้วถ้าหากเรื่องยังวุ่นวายไม่พอ พ่อแม่ของเขาก็แยกกันอยู่อีกต่างหากโดยพ่อก็มีแฟนใหม่เป็นสาวไทย ส่วนแม่ก็พยายามฆ่าตัวตายจนถูกหามส่งโรงพยาบาลและตรวจพบว่าเป็นไบโพล่า ต้องดูแลชีวิตใหม่ตัวเองและการเริ่มต้นใหม่ของแม่เขาภายใต้สังคมใหม่ๆ พร้อมกับเพื่อนรักและหนุ่มๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตของเขาในอนาคต (ซีรีย์เรื่องนี้หาดูได้ใน Netflix มีครบทุกซีซั่นพร้อมซับไทย)

josh-thomas
หนุ่ม จอช โธมัส รับบท จอช ในซีรี่ย์ Please Like Me

Josh Thomas ดาราตลกหน้าใหม่มาแรงของออสเตรเลีย กับการเขียนบทเอง แสดงเอง และโปรดิวซ์เอง (รวมถึงกำกับเองในบางเอพพิโสด) เจ้าตัวเล่าถึงโปรเจคของเรื่อง Please Like Me ว่าเป็นการสร้างจากประสบการณ์ใช้ชีวิตและการพูดคุยกับคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาและอาจจะจบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวเป็นคนที่ค่อนข้าง socially awkward อยู่แล้วเขาเลยนึกอยากทำซีรีย์ตลกขึ้นมาเรื่องนึงที่เอาชีวิตจริงของเขา ซึ่งเรื่องตลกร้ายของการนำซีรีย์นี้ไปเสนอกับบรรดาช่องเคเบิ้ลต่างๆ ในออสเตรเลียนั้นก็คือเขาเองก็เพิ่งรู้ตัวเองว่าเป็นเกย์จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างนำเสนอซีรีย์ของเขา โดยการเปลี่ยนเนื้อหาให้ตรงกับชีวิตจริงตอนนี้และเปลี่ยนแฟนสาวเก่าให้เป็นผู้ชายซะ ซึ่งก็ไปโดนใจช่องเคเบิ้ลเกิดใหม่อย่าง Pivot ที่ออกทุนสร้างถึงสี่ซีซั่น (และช่องก็เจ๊งไปในที่สุดจนเจ้าตัวยังแซวว่า เพราะซีรีย์ของตัวเองเลยทำให้ช่องเจ๊ง) แต่ซีรีย์ก็จบลงตัวพอดีและเนื่องจากซีรีย์นี้สร้างจากชีวิตจริงของเจ้าตัวเองเขาจึงดึงเพื่อนสนิทสมัย ม. ปลายของเขาอย่าง Thomas Ward (แน่นอนมาเล่นเป็นตัวเอง) และน้องหมาของเขาอย่าง John ก็มาเล่นเป็นตัวเองในซีรีย์เรื่องนี้เช่นเดียวกัน

thomasward-highres
โธมัส วอร์ด กับบท ทอม เพื่อนสนิทของ จอช

Thomas Ward ดาราตลก/นักเขียน เพื่อนสนิทของจอชที่มารับบท ทอม (เพื่อนสนิทจอช ก็เล่นเป็นตัวเองนี้นะ) ซึ่งนอกจากจะมาร่วมแสดงแล้วยังร่วมเขียนบทในซีรี่ย์ชุดนี้อีกด้วย และนี้ก็ไม่ใช่การร่วมงานกันครั้งแรกของทั้งสองคนเพราะทั้งคู่เคยไปประกวดเดี่ยวไมโครโฟน แบบคู่หูกันมาแล้ว (แม้จะไม่ชนะก็ตาม) แต่ก็มีผลงานตามออกมาหลายอย่างเช่น podcast ของทั้งคู่ที่เน้นเรื่องตลกเรื่องน่าอายที่เกิดขึ้นจริงๆในชีวิตของพวกเขาที่ทำให้ podcast ของทั้งคู่เคยขึ้นไปอยู่บนอันดับที่ 2 ของชาร์ต iTunes Australia เลยทีเดียว โดยทั้งสองคนเล่าติดตลกถึงตอนที่ชวนทอมให้เข้ามาออดิชั่นรับบทเป็นตัวเองนั้นว่ามันเป็นอะไรที่รู้สึกโล่งอกที่สุด เพราะทางช่องเคเบิ้ลนั้นส่งแต่ละคนมาออดิชั่นนั้นทั้งหล่อทั้งล่ำ มาดแม่นแฮนซั่มซะหยั่งกับพี่น้อง Hemsworth จนจอชถึงกับต้องออกปากว่า “ไม่ใช่ๆ เพื่อนผมตัวจริงไมไ่ด้ฮ็อตขนาดนั้นซะหน่อย

***CONTAINING SPOILER!!!***

please-like-me-season-one-still-2
จอชและคุณป้าเพ็ค

Season One

เริ่มต้นซีซั่นแรกกันด้วยฉากที่ จอช โดนแฟนสาว แคลร์ บอกเลิกในบ่ายวันนึงที่อากาศร้อนเอามากๆ จนรู้สึกว่าไอศครีมซันเดย์ที่สั่งมากินด้วยกันสองคนคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่การโดนบอกเหตุผลในการบอกเลิกว่าตัวเองเป็นเกย์นั้นก็คงทำให้ไอครีมไมไ่ด้มีความน่ากินมากขึ้นเท่าไหร่นัก ทั้งคู่ก็ตกลงที่จะเลิกกันแต่ก็จะยังคงสถานะเพื่อนสนิทเอาไว้ จอชเองเมื่อเจอแบบนั้นก็สับสนและทำอะไรไม่ถูกและคิดว่ามันคงเป็นแค่ช่วงนึงในชีวิตที่เดี๋ยวก็ผ่านไป เหมือนช่วงอีโมที่เด็กวัยรุ่นหลายคนเป็น เมื่อเดทกับอดีตแฟนสาวล่มไม่เป็นท่าจอชก็ไปก่อกวน ทอม เพื่อนสนิทของเขาที่ทำงานของทอมซึ่งนั้นก็ทำให้เขาเจอกับ เจฟฟรี่ย์ หนุ่มหล่อหุ่นดีที่ขอไปกินข้าวที่บ้านของจอชและทอมด้วย ซึ่งเจฟฟรี่ย์เองก็สารภาพกับจอชว่าตัวเองเป็นเกย์และขอนอนค้างด้วยทำให้คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้จูบกับผู้ชาย เรื่องวุ่นๆ ในชีวิตมาแล้วหนึ่งก็ต้องเจอเข้ากับอีกเรื่องเมื่อเขาทราบว่าแม่ของเขาพยายามฆ่าตัวตายจนทางโรงพยาบาลแจ้งว่าควรมีคนมาคอยดูแล โรส แม่ของจอชซึ่งไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียวทำให้จอชต้องคอยเทียวไปเทียวมาดูแลแม่ของเขาเอง อีกทั้งต้องพยายาลหลบหลีกไม่ให้ที่บ้านรู้เรื่องของเจฟฟรี่ย์เพราะจอชเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวกับที่บ้านแต่สุดท้ายทุกคนก็รู้เรื่องอยู่ดีจนทำให้มีซีนนี้ ซึ่งเป็นซีนที่ชอบมากๆ ในซีซั่นหนึ่ง

คุณป้า เพ็ค ซึ่งเป็นคนที่เคร่งศาสนามากและเป็นคนที่จอชกลัวที่จะเปิดตัวมากที่สุดแต่เมื่อป้าเพ็ครู้ว่าหลานชายเป็นเกย์แทนที่จะแสดงท่าทีรังเกียจเหมือนที่คนอายุเยอะเคร่งศาสนาหลายคนเป็นป้าเพ็คกลับเลือกที่จะปกป้องหลานชายในโบถส์หลังจากที่มีการเทศน์ที่กล่าวร้ายถึงคนรักร่วมเพศรวมถึงเป็นบาป

“คือป้ามีหลานชายเป็นคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งตอนที่ป้ารู้นั้นป้าก็รู้สึกผิดหวังมากๆ ป้ารู้สึกเหมือนว่าโดนปล้นหลานรักของป้าไป แต่ถ้าหลานป้าได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตของคนรักร่วมเพศแล้ว มันก็เป็นหน้าที่ของป้าที่จะรักเขาเหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ เพราะว่าถ้าพวกเขาเกิดมาเป็นแบบนี้พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะเป็นตัวของตัวเอง แล้วจอชหลานป้าคนนี้ที่เป็นเกย์ และป้าก็รักเขามากและนี้ก็คงเป็นสิ่งที่พระเจ้าต้องการ แต่ถ้านี้ไม่ใช่สิ่งที่พระองค์ต้องการล่ะก็ ไม่ว่าเขาหรือหล่อนก็ไปตายซะไป”

please-like-me-season-one-still-3
ทอม แคลร์และจอชกับปาร์ตี้ในชุดแฟนซี

อีกหนึ่งซีนที่ค่อนข้างเป็นการเซ็ทโทนของซีรีย์เรื่องนี้คือความไม่มั่นใจในตัวเองของจอชและคิดว่าตัวเองนั้นหน้าตาไม่ดียังไงก็ไม่มีคนมาชอบจริงจังแน่ๆ (ซึ่งตอนตบกับเจฟฟรี่ย์จอชยังไม่เชื่อใจว่าทำไมคนหน้าตาดีถึงมาชอบเขา) ซึ่งซีนนี้เป็นซีนที่ จอชทอมและแคลร์ออกไปเที่ยวกันซึ่งแคลร์เองนั้นมาจากปาร์ตี้ชุดแฟนซีจึงทำให้ทั้งจอชและทอมต้องแต่งตัวแฟนซีออกไป คืนนี้นจอชได้เจอกับหนุ่มหล่อในผับและหลังจากนั้นก็หวังว่าจะได้นั่งคุยกันต่อแต่เพื่อนๆ ของหนุ่มคนนั้นก็พูดเชิงเหยียดๆ จอชว่า เพื่อนของเขาหน้าตาดีหาคนได้ดีกว่านี้และหลอกให้จอชไปซื้อน้ำปั่นสเลปปี้ในร้านก่อนที่จะออกมาแล้วพบว่าหนุ่มหล่อคนนั้นอันตรธานหายไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้แต่ยืนเคว้งคว้างพร้อมน้ำสี่แก้ว (จิ๊บๆๆๆ)

please-like-me-season-one-still-1
ทอม แคลร์ จอชและคุณแม่โรสในงานศพของป้าเพ็ค

ซีซั่นแรกจบด้วยการเสียชีวิตของป้าเพ็คก่อนวันเกิดจอชซึ่งทำให้งานศพต้องจัดในวันเกิดของจอชแทนซึ่งในช่วงนี้เราจะได้รู้ว่าจอชกับป้าเพ็คนั้นสนิทกันแค่ไหนเพราะนอกจากจะเป็นคนที่คอยสอนจอชทำอาหารแล้วยังเป็นคนที่คอยขับรถพาจอชไปไหนมาไหนพร้อมกับลุงของจอชด้วย ในตอนแรกนั้นจอชบอกกับทอมว่าตั้งแต่ป้าเพ็คเสีย เขายังไม่ได้ร้องไห้เลย (และถึงแม้ว่าป้าจะสั่งไว้ว่าห้ามเศร้าถ้าป้าเสียห้ามแต่งดำ ให้จัดปาร์ตี้แทน) แต่เมื่อถึงเวลาต้องเป่าเค้กวันเกิดนั้นก็ทำให้จอชต้องนั่งร้องไห้แบบคุมตัวเองไม่อยู่ หลังเสร็จสิ้นเรื่องงานศพเรียบร้อยแล้วจอชก็ขอคืนดีกับเจฟฟรี่ย์แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่าจอชต้องการเขาเวลาเหงาเท่านั้นไม่ได้ชอบเขาจริงๆ หลังจากผิดหวังกับความรักไปแล้วจอชก็กลับไปที่บ้านแม่ของเขาและพบว่าแม่เขาพยายามฆ่าตัวตายอีกแล้วจึงนำไปสู่การเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาลจิตเวชในซีซั่นต่อไป และที่นั้นจอชก็จะได้เจอกับหนุ่มคนใหม่ที่จะพาเรื่องวุ่นๆและสีสันเข้ามาในชีวิตของเขา

***CONTAINING SPOILER!!!***

please-like-me-season-two-still-1
อาร์โนลด์ น้องหมาจอห์นและจอช

Season Two

มาถึงซีซั่นนี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในส่วนไลฟ์สไตล์ของจอช ไม่ว่าจะเป็นการที่เขารู้สึกมั่นใจใน sexual orientation ของตัวเขาเองและในซีซั่นนี้เราจะได้รู้จักกับสองหนุ่มที่มีผลกระทบต่อชีวิตของจอช คนแรกเป็นรูมเมทหนุ่มหล่อ แพททริค ที่ย้ายเข้ามาอยู่กับจอชและทอมซึ่งคนรอบตัวของจอชเองต่างมองออกว่าเขาแอบชอบหนุ่มคนนี้แต่เราก็จะได้รู้ว่าแม้คนสองคนจะเป็นเกย์เหมือนกันไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องชอบกันหรือต้อง hook up กันก็ตาม ส่วนหนุ่มคนที่สองนั้นก็คือ อาร์โนลด์ หนุ่มผมหยักศกน่ารักที่จอชเจอในงานปาร์ตี้วันเกิดของแพททริคที่บ้านของพวกเขา โดยต่อมาจอชก็จะพบว่าอาร์โนลด์เองก็ต้องเข้ารับการรักษาอาการ Anxiety ในโรงพยาบาลจิตเวชที่เดียวกับแม่ของจอชซึ่งก็จะทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น

please-like-me-season-two-still-2
จอชและแพททริค

คิดว่าหลายๆ คนคงมีโมเม้นท์นี้กับคนๆ นึงที่เราแอบชอบเขาเอามากๆ และทางนู้นเองก็เหมือนเขาจะเล่นด้วยแต่สุดท้ายแล้วก็ลงเอยไปที่เราคิดไปเอง นั้นคือเหตุการณ์ระหว่างจอชและแพททริคที่ทั้งคู่ดูเหมือนจะมีใจให้กัน มีจูบมี make out กันจนไปถึงช่วงนี้จอชและแพททริคนอนด้วยกันบนเตียงและจอชพยายามจะมีเซ็กส์ด้วยแต่สุดท้ายแพททริคก็บอกว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้นกับจอช ซึ่งก็ทำให้แพททริครู้สึกว่าเขาควรย้ายออกไปในขณะเดียวกันนั้นก็เป็นช่วงที่แคลร์ย้ายกลับมาที่ออสเตรเลียหลังจากไปทำงานอยู่ที่เยอรมันพอดี ซึ่งก็เป็นเหมือนการกลับมาของบรรยากาศมาคุในบ้านหลังนี้ เพราะว่าหลังจากที่ทอมเลิกกับนีฟแฟนสาวที่ทุกคนต่างรำคาญในซีซั่นที่แล้ว ทอมกับแคลร์ได้ hook up กันในช่วงสั้นๆ แต่ก็เลิกกันไปเมื่อตอนแคลร์ย้ายไปทำงานต่างประเทศ กลับมาครั้งนี้ทอมเองก็มีแฟนใหม่เป็นเด็กมัธยมปลาย เจนนี่ ที่ทุกคนต่างลงความเห็นว่าไม่น่าจะไปด้วยกันได้รอดจนเลิกลากันไปในที่สุด และทำให้ทอมสารภาพว่าเขายังคงมีใจให้แคลร์อยู่แต่แคลร์ก็บอกทั้งคู่ว่าเธอกลับมาแค่ชั่วคราวแต่เดี๋ยวจะกลับไปเยอรมันนีอีก ถึงแม้ว่าจอชจะบอกว่าเพิ่งตกงานจากที่นู้นจะกลับไปทำไมก่อนที่เธอจะบอกว่าเธอเดทกับหนุ่มใหญ่ที่เยอรมันอยู่ซึ่งทำให้ทอมล้มเลิกความคิดที่จะมีแฟนและจะซื้อหญิงขายบริการมามีเซ็กซ์ด้วยอย่างเดียว (แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ปอดแหกและไม่กล้า)

please-like-me-season-two-still-3
จอชและคุณแม่โรสไปเดินป่ากัน

อย่างที่กล่าวไปข้างบนว่าช่วงต้นซีซั่นสองนั้นคุณแม่โรสของจอชนั้นต้องเข้าทำการรักษาเรื่องไบโพล่าห์ที่สถานจิตเวชเพราะคุณแม่พยายามฆ่าตัวตายมาสองครั้งแล้ว นอกจากอาร์โนลด์ที่จอชจะได้พบอีกครั้งที่สถานพยาบาลนี้ จอชก็ยังจะได้พบอีกสองคนที่จะได้อยู่เป็นเพื่อนแม่ของเขาคือ จิงเจอร์ หญิงสูงวัยที่ชอบทำอะไรหุนหันพลันแล่น และ แฮนนาห์ สาวทอมเงียบขรึมและเรื่องเศร้าก็เกิดขึ้นเมื่อจอชพาคุณแม่โรส อาร์โนลด์ และแฮนนาห์ไปเที่ยวสวนสัตว์กับคุณพ่อ อลัน และแฟนสาวคนไทย เมย์ แต่จิงเจอร์กลับเลือกที่จะไม่ไปด้วยเหตุเพราะอยากจะอยู่คนเดียวแต่เมื่อกลับมาถึงที่สถานบำบัดกลับพบว่าจิงเจอร์นั้นได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว ซึ่งทำให้เราได้หนึ่งเอพพิโสดเต็มๆ ที่เราจะได้เห็นคุณแม่โรสและจอชออกไปเดินป่ากันเพื่อปลีกตัวออกจากเรื่องตึงเครียดนี้รวมถึงการพูดคุยถึงจุดหมายในการใช้ชีวิต หรือทำไมคุณแม่ของเขาเคยพยายามฆ่าตัวตายหรือพยายามเข้าใจว่าทำไมจิงเจอร์ถึงลงมือฆ่าตัวตาย ซึ่งถือว่าเป็นช่วงโฟกัสพูดถึงปัญหาสุขภาพจิตที่สังคมไม่ค่อยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา

please-like-me-season-two-still-4
จอชพยายามปลอบอาร์โนลด์ที่มีอาการ Panic Attack

เรื่องราวของจอชกับอาร์โนลด์นั้นเรียกได้ว่าจะมีบทบาทในชีวิตของจอชในซีซั่น 3-4 เป็นอย่างมากกับโมเม้นท์เล็กๆหลายอย่างที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้ไม่ว่าจะเป็นการเจอกันที่งานวันเกิดของแพททริคที่ทำให้ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกัน การได้เจอกันอีกครั้งที่สถานบำบัดและรวมถึงการไปเที่ยวกันสวนสัตว์และก่อให้เกิดจูบแรกของทั้งคู่จนทำให้ทั้งสองได้เริ่มต้นเดทกัน ซึ่งจิตแพทย์ของอาร์โนลด์ก็อยากจะพบกับจอชก่อนเพื่อที่จะได้พูดคุยและทำความรู้จักกับจอชและบอกถึงอาการต่างๆของอาร์โนลด์เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีซึ่งก็แทนที่จะได้คุยกันก็กลายเป็นต้องมาเจอกับครอบครัวจอชทะเลาะกันที่ร้านกาแฟของจอช ซึ่งทำให้จิตแพทย์ของอาร์โนลด์แนะนำกับจอชว่าอาร์โนลด์อาจจะไม่สามารถรับได้กับเหตุการณ์ตรึงเครียดแบบนี้นะ ผลออกมาคือเดทแรกก็ล่มไปเพราะจอชขับรถชนพอซซั่มทำให้อาร์โนลด์สติหลุดจนต้องกลับสถานบำบัดไป ส่วนเดทครั้งต่อมาก็ล่มอีกครั้งเพราะทั้งคู่ดันไปเจอแพททริคเมาไม่ได้สติที่ผับซึ่งถึงแม้จอชจะเลิกคิดถึงแพททริคไปแล้วและไม่อยากจะคุยด้วยแต่ก็คงไม่สามารถปล่อยให้เพื่อนเมาสลบอยู่ที่ผับได้ ทั้งสองคนจึงช่วยกันลากแพททริคออกมาที่ริมชายหาดเพื่อนอนพักแต่พอเจ้าตัวตื่นขึ้นมาก็แก้ผ้าเดินลงทะเลไปจนทำให้จอชต้องวิ่งตามลงไปลากตัวขึ้นมา แต่แพททริคกลับจูบจอชทำให้จอชพยายามผลักตัวแพททริคออกแต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะอาร์โนลด์เห็นเหตุการณ์นั้นจึงทำให้เขาเกิดอาการ panic attack ที่จอชพยายามจะช่วยให้เขาใจเย็นลงและพาอาร์โนลด์กลับไปที่สถานบำบัดโดยอาร์โนลด์บอกว่าเขาคงคบหากันแบบแฟนไมไ่ด้ซึ่งจอชก็บอกว่าไม่เป็นไรเราเป็นเพื่อนที่นอนกอดกันก็ได้

***CONTAINING SPOILER!!!***

please-like-me-season-three-still-1
อาร์โนลด์พยายามขอโทษจอชในสไตล์ของ Love Actually

Season Three

หลังจากที่จบซีซั่นที่แล้วไปด้วยการเป็นเพื่อนกันนั้นดีกว่าระหว่างอาร์โนลด์และจอชแต่ท้ายที่สุดแล้วตัวอาร์โนลด์เป็นฝ่ายหายไปจากชีวิตจอชเองซะมากกว่า ไม่มีการติดต่อกันไปสักระยะนึงจนในที่สุดวันนึงอาร์โนลด์ก็ติดต่อกลับมาพร้อมให้เหตุผลว่าที่ตัวเองหายไปนั้นเป็นเพราะเรื่องสอบ ทั้งคู่กลับมาเดทกันอีกครั้งพร้อมกับการมีเซ็กส์กันครั้งแรกและการสารภาพของอาร์โนลด์ว่าเขาไม่ชอบทานมะเขือยาวที่จอชชอบทำให้เขาทานประจำเลย รวมถึงเขาไม่ชอบเรื่อง Love Actually และหลังจากนั้นอาร์โนลด์ก็หายไปจากชีวิตจอชอีกเป็นอาทิตย์และโผล่กลับมากลางดึกคืนนึงในสภาพที่เมาปลิ้นพร้อมเข้ามานอนบนเตียงกับจอชและบอกรักจอชซึ่งเจ้าตัวก็แกล้งหลับทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำให้เช้าวันต่อมาจอชได้ลองคุยกับอาร์โนลด์และบอกรักอาร์โนลด์แต่เจ้าตัวกลับจำอะไรไม่ได้และเลี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้เลยทำให้จอชไม่อยากจะเจ็บกับเรื่องแบบนี้อีกจึงขอให้อาร์โนลด์กลับบ้านไปซะ แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวก็มาง้อด้วยวิธีจากหนังเรื่อง Love Actually ที่ตัวเองเกลียด

please-like-me-season-three-still-2
จอชและแคลร์นั่งคุยกันหลังกลับจากคลินิคทำแท้ง

หลังจากนั้นก็มีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นมาตลอดไม่ว่าจะเป็นการที่คุณแม่โรสย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านโดยชวนแฮนนาห์ให้มาอยู่ด้วยหรือเรื่องที่เมย์แฟนสาวของคุณพ่ออลันได้สารภาพว่าตัวเองเคยนอกใจเขา รวมถึงการซ้อมการเผชิญหน้ากับครอบครัวของอาร์โนลด์ซึ่งเขาตัดสินใจจะบอกกับที่บ้านเรื่องที่เขาเป็นเกย์ ซึ่งผลออกมาคือแม่และพี่ชายของอาร์โนลด์นั้นรู้อยู่แล้วแต่คุณพ่อของอาร์โนลด์นั้นได้ไล่อาร์โนลด์ออกจากบ้านเลยทำให้อาร์โนลด์ต้องมาอยู่กับจอชสักพักนึง ซึ่งทั้งสามคนได้ลองเสพย์ MDMA แล้วออกไปเที่ยวผับจนเกิดอุบัติเหตุที่ทอมต้อเข้าโรงพยาบาลและเข้าเฝือกที่แขนจนทำให้เขาได้สนิทสนมกับสาวคนนึงที่เจอกันที่ผับอย่าง เอลล่า ที่ต่อมาทั้งคู่ก็ได้ตกลงปลงใจคบหากันเป็นแฟน รวมถึงการกลับมาของแคลร์ซึ่งรอบนี้น่าจะกลับมาแบบถาวรแล้วเพราะได้เลิกลากับหนุ่มเยอรมันไปแล้ว แต่ก็มีสิ่งนึงที่แคลร์ต้องบอกกับจอชและขอความช่วยเหลือเขานั้นคือการพาเธอไปคลินิคทำแท้งหน่อย ซึ่งเราจะเห็นว่าแคลร์นั้นพยายามจะเข้มแข็งแค่ไหนรวมถึงการพูดถึงสิทธิส่วนบุคคลที่เธอจะทำอะไรกับร่างกายของเธอก็ได้ แต่ถึงแม้เธอจะคิดหยั่งงั้นก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี เพราะนี้คือความรู้สึกที่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่และเราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ความผิดพลาดแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แบบไม่เป็นอะไรเหมือนตอนเด็กอีกต่อไป ส่วนตัวแล้วผู้เขียนคิดว่า หลายต่อหลายคนที่ต่อต้านการทำแท้ง มักคิดว่าผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีหัวใจ แต่ทุกคนเขาก็เสียใจทั้งนั้นที่ไม่สามารถเก็บเด็กไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยความไม่พร้อมหรือการที่เขาพลาดไม่ได้ป้องกันหรืออะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว เขาก็เสียใจมากพอแล้ว กลับต้องมาตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องโดนสังคมตัดสินก็เป็นอะไรที่มันหนักหนามากนะสำหรับคนๆ นึง

please-like-me-season-three-still-3
จอชพยายามปลอมอาร์โนลด์จากอาการ Panic Attack อีกครั้งซึ่งคราวนี้เขามีวิธีที่ทำให้อาร์โนลด์ใจเย็นลงได้

อีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างจะเป็นการท้าทายใหม่ในชีวิตของจอชเมื่ออาร์โนลด์อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นแบบ non-monogamous (แบบไม่ผูกมัดคือต่างฝ่ายต่างสามารถไป hook up กับคนอื่นได้) ซึ่งทำให้เมื่อครั้งที่อาร์โนลด์ไปค่ายคณิตศาสตร์จอชได้ลอง hook up กับหนุ่มคนนึงบน grindr ซึ่งเมื่ออาร์โนลด์รู้เข้ากลับสติแตกเพราะเจ้าตัวไม่เชื่อว่าจอชไม่มีใจให้หนุ่มคนนั้น จนทำให้จอชต้องพยา่ยามให้อาร์โนลด์สงบลงด้วยการให้อาร์โนลด์คิดเลขว่า ในจำนวนคนเป็นพันล้านคนบนโลกใบนี้จะมีสักกี่คนที่ชอบจอชกลับจากประสบการณ์นกที่ผ่านมาของจอชซึ่งเจ้าตัวย้ำว่ามันเป็นเพียงการ hook up แค่ครั้งเดียวและเขาไม่ได้ชอบคนๆนั้นเลย ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้เกิดกับคู่นี้แค่คู่เดียวแต่เป็นคู่ของทอมกับเอลล่าด้วย เมื่อเอลล่าถามทอมว่ายังชอบแคลร์อยู่ไหม ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธไปว่าไมไ่ด้มีความรู้สึกกับแคลร์แล้ว แม้จะพลาดจูบกันไปครั้งนึงก็ตาม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วการมาเที่ยวชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการหมุนให้ครบรอบ แล้วต้องมาพูดคุยปรับความเข้าใจกันแบบต่างฝ่ายต่างไม่สามารถเดินหนีกันได้นั้น ก็เป็นสถานการณ์ที่ถ้าเป็นเราเองก็คงลำบากใจอยู่พอสมควร

please-like-me-season-three-still-4
ถึงคราวจอชสติแตกบ้าง ครั้งนี้กลางงานคริสต์มาส

จบซีซั่นกันด้วยการมาฉลองคริสต์มาสกันที่บ้านของจอชซึ่งเจ้าตัวเองได้ทำอาหารและของหวาน เตรียมเอาไว้มากมายโดยได้อาร์โนลด์เป็นผู้ช่วยแต่เจ้าตัวกลับทำหม้อซอสเกรวี่ตกพื้นซึ่งเจ้าตัวก็รู้สึกผิดมากๆ แต่จอชบอกว่าไม่เป็นไรอย่าโทษตัวเองมันเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งหลังจากที่ทุกคนมาครบกันพร้อมหน้าพร้อมตาหลายๆ คำสนทนาดูจะเป็นการแซวจอชและแคลร์เสียมากกว่า ซึ่งทำให้อาร์โนลด์พยายามชมจอชหลังจากที่ทุกคนต่างล้อเลียนเขาจนเจ้าตัวหลุดปากออกไปว่าตัวเองเป็นคนทำซอสเกรวี่หกทำให้ทอมพูดเชิงแหย่ว่าเป็นความผิดของอาร์โนลด์ที่ทำให้งานคริสมาสต์พัง ด้วยความที่เจ้าตัวไม่สามารถรับมือกับความตรึงเครียดได้อยู่แล้วจึงได้ลุกหนีกลับบ้านไปซึ่งทำให้จอชหัวเสียมากๆ จนเจ้าตัวบอกจะหยิบเค้กและไปจากทีนี้ซะ แต่ทุกคนก็ยังเซ้าซี้ว่าจะไปหาอาร์โนลด์หรือ เบน (หนุ่มที่จอช hook up ด้วยใน grindr) ซึ่งทำให้จอชสติแตก และต่อว่าทุกคนที่พยายามโยนทุกอย่างมาที่เขาทั้งๆ ที่เรื่องราววุ่นวายทั้งหมดนี้มันความผิดของทุกคนทั้งนั้น ทุกคนหวังจะพึ่งแต่จอชหรือโยนความผิดให้จอชแต่ไมไ่ด้มองดูตัวเองเลย หลังจากที่จอชระเบิดลงใส่ครบทุกคน เจ้าตัวก็พาน้องหมาจอห์นไปนั่งทานเค้กอยู่คนเดียวที่สวนสาธารณะในวันคริสต์มาส

***CONTAINING SPOILER!!!***

please-like-me-season-four-still-1
การจากลาของอาร์โนลด์

Season Four

และแล้วก็มาถึงซีซั่นสุดท้ายของ Please Like Me ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นซีซั่นแห่งการอำลาจริงๆ สานต่อจากสิ่งที่คุยกันเรื่องของความไม่ผูกมัดกับอาร์โนลด์จากซีซั่นที่แล้ว มาครั้งนี้ทั้งคู่ได้ลองเซ็กส์แบบ threesome แต่ก็ค่อนข้างเห็นชัดเจนว่าคนที่มาจอยนั้นสนใจอาร์โนลด์มากกว่าจอช จนทำให้เจ้าตัวต้องเดินหนีไปปล่อยให้อาร์โนลด์มีความสุขกับหนุ่มคนนี้ไปแทน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นความระหองระแหงและการทะเลาะกันตลอดเวลาของทัั้งคู่จนจุดแตกหักมาอยู่ที่ตอนไปแคมป์ปิ้งในวันเกิดของแฮนนาห์กัน ซึ่งบรรยากาศก็มาคุเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดจอชได้ตัดสินใจบอกเลิกกับอาร์โนลด์ ซึ่งทั้งคู่ต้างก็เจ็บปวดและพูดในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจกันทั้งสิน เป็นหนึ่งในการอำลาแรกที่เราได้เห็นกันในซีซั่นนี้ แต่นี้จะไม่ใช่การอำลาเพียงอย่างเดียว

please-like-me-season-four-still-4
การจากลาของคุณแม่โรส

หลังจากได้เลิกลากับอาร์โนลด์ไปแล้วจอชก็กลับไปใช้ชีวิตโสดอีกครั้ง ลอง hook up ผ่านแอพต่างๆ แต่ก็ดูจะไม่มีความหวังสักเท่าไหร่เพราะเขาเจอแต่คนแปลกๆ แต่สิ่งนึงที่เขาสังเกตุได้คือเขารู้สึกได้ว่าคุณแม่โรสนั้นได้มีอาการซึมเศร้าหนักกว่าเดิมหลังจากที่แฮนนาห์ย้ายออกไปจนทำให้เขาอยากจะทำอะไรที่ให้กำลังใจแม่ของเขา เจ้าตัวเลยพาคุณแม่โรสและคุณพ่ออลันไปทานอาหารที่ภัตตาคารที่เป็นแบบเมนู 15 จานซึ่งแม้อลันจะแอบบ่นว่าทำไมแพงขนาดนี้แต่ทั้งสามคนก็มีช่วงเวลาสนุกๆ ด้วยกันกับการพูดคุยถึงความหลังทั้งตอนที่ฮันนีมูนกันไปจนถึงตอนที่โรสบอกจอชว่าเธอยังรักอลันอยู่และยังรักเสมอไปและนั้นก็เป็นการทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาของทั้งสามคนเป็นครั้งสุดท้าย เพราะไม่กี่วันต่อมาเมื่อจอชกลับไปหาแม่ของเขาที่บ้านก็พบว่าเจ้าตัวได้ฆ่าตัวตายสำเร็จแล้วในครั้งนี้และนั้นเป็นอีกหนึ่งการอำลาที่เจ็บปวดในชีวิตของจอช

please-like-me-season-four-still-5
การจากลาของทอม

และแล้วก็มาถึงการจากลาสุดท้ายที่จอชจะต้องรับมือนั้นคือการจากลาบ้านหลังโปรดและทอมย้ายออกไปอยู่เองซึ่งเป็นสิ่งที่ทอมได้คุยกับจอชมาได้สักพักแล้วว่า เขาน่าย้ายออกไปอยู่กับเอลล่าซึ่งพอหลังจากที่จอชได้ขายบ้านของคุณแม่โรสที่เขาได้รับเป็นมรดกนั้นและตัดสินใจไปซื้ออพาร์ทเมนท์อยู่ในเมืองแทนและทอมก็ย้ายไปอยู่ในอพาร์ทเมนท์แบบ loft สตูดิโอที่กลายเป็นว่าเอลล่าก็ได้บอกเลิกกับเขาเพราะเธอไม่พร้อมที่จะลงหลักปักฐานหรือมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอในตอนนี้ ทำให้ทอมก็ต้องแบกใจช้ำๆไปพึ่งอาหารเย็นของจอชที่ห้องครัวใหม่ในสถานที่ใหม่ ซึ่งก็พบว่าจอชเองก็ต้องรับมือกับเพื่อนบ้านแย่ๆ และทั้งคู่ต่างก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องแย่ๆ ที่เข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ แต่ก็คงไม่มีอะไรที่แก้ไมไ่ด้ด้วยอาหารเย็นฝีมือจอชแน่นอน

Rating:

Movies/Series Rating 4.5

please-like-me-ending

จริงๆ ก็แอบใจหายอยู่เหมือนกันนะตอนจอชออกมาทวีตว่าเขาจะจบโชว์เพียงเท่านี้ (เพราะถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องสตูดิโอแต่เขาก็ได้เขียนเรื่องให้เผื่อจบเท่านี้อยู่แล้ว) ซึ่งส่วนตัวแล้วก็เห็นด้วยว่าเรื่องก็จบลงในสถานะที่เกือบสมบูรณ์อย่างลงตัว ในตอนแรกรู้สึกไม่อยากให้จบเพราะเราอยากรู้ว่าจอชจะเป็นยังไงหลังจากผ่านเรื่องต่างๆ พวกนี้ซึ่งทำให้เรานึกได้ว่ามันคือความผูกพันธ์ของเรากับตัวละคร หรือเป็นอะไรที่เราเอามาสะท้อนตัวเองเวลามีเหตุการณ์หรือลักษณะนิสัยของเรากับตัวละครคล้ายๆ กันเลยอาจจะทำให้เราอยากจะให้เขาใช้ชีวิตแทนเรา แต่หลังจากนี้เราก็คิดว่าจอชเองก็น่าจะผ่านอุปสรรค์ใหม่ๆ ไปได้แน่นอนและเขาคงไม่ต้องขอร้องให้ใครชอบเขาอีกแล้วเพราะ “We Love You”

จากกันด้วยเพลงประกอบหลักของซีรีย์ชุดนี้แล้วกันนะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s